มารู้จักลายสือไทยกันเถอะ | วิชาการ.คอม


มารู้จักลายสือไทยกันเถอะ

“... เมื่อก่อนลายสือไทยนี้บ่ม ๑๒๐๕ ศก ปีมะแม พ่อขุ่นรามคำแหงหาใคร่ใจในใจแลใส่ลายสือไทยนี้ ลายสือไทยนี้ จึ่งมีเพื่อขุนผู้นั้นใส่ไว้...”

ผู้เขียน S.sumittra ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด
สารบัญ

การพบศิลาจารึกหลักที่ ๑

        ศิลาจารึกหลักที่ ๑ จารึกด้วยอักษรลายสือไทยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช จารึกขึ้นเมื่อปีมหาศักราช ๑๒๐๕ ซึ่งตรงกับพุทธศักราช ๑๘๒๖ ตามหลักฐานที่กล่าวไว้ในศิลาจารึกหลักนี้ ด้านที่ ๔ บรรทัดที่ ๘ ความว่า

“... เมื่อก่อนลายสือไทยนี้บ่ม ๑๒๐๕ ศก ปีมะแม พ่อขุ่นรามคำแหงหาใคร่ใจในใจแลใส่ลายสือไทยนี้ ลายสือไทยนี้ จึ่งมีเพื่อขุนผู้นั้นใส่ไว้...”

        ต่อจากนั้นมาอีก ๕๕๐ ปี เมื่อพุทธศักราช ๒๓๗๖ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ บรมราชจักรีวงศ์ของกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อพระองค์ทรงผนวช ได้เสด็จธุดงค์ประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือ เพื่อสักการะพุทธศาสนาสำคัญๆ เมื่อเสด็จถึงเมืองสุโขทัย ได้ประทับแรมชมโบราณสถาน โบราณวัตถุ ในบริเวณเมืองเก่าสุโขทัย เสด็จขึ้นไปบนเนินปราสาทจึงทรงพบพระแท่นมนังคศิลาบาตรและหลักศิลานี้

        ตามปกติในบริเวณนี้ ประชาชนชาวสุโขทัยถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จะไม่มีชาวบ้านคนใดกล้าเฉียดกรายเข้าไปใกล้ เพราะเล่ากันว่าพระภูมิเจ้าที่แรงสามารถบันดาลให้เจ็บป่วยและมีอันเป็นไป เมื่อพระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎทอดพระเนตรเห็นแล้วแสดงเข้าไปประทับบนพระแท่นนั้นทั้งที่คนนำเสด็จแสดงอาการหวาดหวั่นมิอยากให้เข้าไป แต่ด้วยอำนาจบุญบารมีจึงได้ออกโอษฐ์อัญเชิญให้ไปอยู่ด้วยกันในกรุงเทพมหานครแล้วทรงรับสั่งให้นำทั้งพระแท่นมนังคศิลาบาตรและแท่งศิลาจารึกไปไว้ที่วัดราชาธิวาส กรุงเทพมหานคร

        เมื่อเสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติในปีพุทธศักราช ๒๓๙๔ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นำไปไว้ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แสดงให้เห็นว่าทรงตระหนักในความสำคัญด้วยวิจารณญาณอันกว้างไกล

        นับเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทยเหตุการณ์หนึ่ง เหตุการณ์นี้ตรงกับวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๓๗๖ มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี ขออนุมัติให้วันที่ ๑๗ มกราคมของทุกปี เป็นวัน “รามคำแหงมหาราช” ประชาชนชาวสุโขทัยได้จัดพิธีสักการะพระบรมราชนุสาวรีย์ ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเป็นประจำติดต่อกันทุกปี จนถึงปัจจุบัน 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา