บุหลันดั้นเมฆ compact

บุหลันดั้นเมฆ compact

นักเขียนหนุ่มใหญ่เลื่องชื่อผู้ใช้ชีวิตกับงานเขียนและวิจารณ์งานเขียนสาบสูญไปยังโลกอื่นซึ่งอีกโลกหนึ่งเป็นวัฒนธรรมที่แปรปรวนและนักเขียนพบว่าตัวเองเป็นผู้ครองแผ่นดิน โปรดติดตาม

ผู้เขียน จตุบทจูไลน์ ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

ชีวิตในโลกอื่น

งานเขียนของนักปราชญ์ประจำหมู่บ้านบุหลันดั้นเมฆอธิบายถึงความงดงามของดวงจันทร์ที่อยู่ห่างไกลจากโลกา บ้างก็ว่ากระต่ายจะมองเห็นคู่ของมันอยู่ในนั้น ทางญี่ปุ่นก็ว่ามีกระต่ายตำโมจิ วิสัยทัศน์ของตัวละครที่มองขึ้นไปต่างบอกความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป ความจริงในแบบสากลโลก ดวงจันทร์จะทำให้มนุษย์รู้ว่าส่องแสงลงมาก็ตอนเวลามืดค่ำ ปราชญ์ประจำหมู่บ้านยังบันทึกไว้อีกว่าถ้าความรักอยู่ห่างไกล แต่ดวงใจและดวงจันทร์ไม่ห่างตัว

เมื่อข้าพเจ้าคิดถึงครอบครัวของตัวเอง ดวงจันทร์คืนนี้พวกเขาจะมองอีกไหมในโลกโน้น จะได้รู้ว่าความผูกพันธ์ ความห่วงใยยังคงรักษาเก็บเอาไว้

เหมือนจะเห็นอะไรเป็นเงาดำเล็กๆลอยผ่านดวงจันทร์ แต่คงไม่มีอะไร ในโลกนี้ไม่มีเครื่องบินสักลำ ถ้ามีเครื่องบินนะ ก็จะไปท่องเที่ยวให้รอบโลกเลย

คืนนี้ข้าพเจ้ายังไม่นอนหลับ โต๊ะไม้กับกระดาษโบราณที่วางไว้เป็นปึกอยู่ในที่ของมันอยู่

ข้าพเจ้าดื่มน้ำเปล่าจากขันเงินทีโรยด้วยดอกมะลิทำให้สดชื่นขึ้น เมื่อมีสมาธิแล้ว จินตนาการก็แล่นออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร

เนื้อหามีอยู่ว่า คืนนี้ศศิธรส่องแสงเรืองรองกระทบกับใบของต้นมะม่วง บังเกิดภาพต้นไม้น่าจะสะท้อนแสงจันทร์ลงมายังพื้น กบใต้ต้นไม้มันส่งเสียงร้องอ๊บ อ๊บ อ๊บ หิ่งห้อยปรากฏกาย ณ กลางอากาศ เกิดเป็นจุดสว่างดวงเล็กๆที่เห็นได้ว่าขยับไปมา ดึงดูดสายตาผู้คนจนคิดว่ามันคือดวงวิญญาณ

ข้าพเจ้ามองหน้าต่างในคืนนี้ รู้สึกเงียบเหงาเมื่อข้าพเจ้ายังคงลืมตาดูพระจันทร์เต็มดวง ไม่รู้ว่าข้าพเจ้าจะกลายเป็นมนุษย์หมาป่าเหมือนตำนานหรือเปล่า

โบร๋ววววว

จังหวะเหมาะจริงๆ กำลังคิดอะไรอยู่ สุนัขมันก็ดันเห่าหอนพอดี ข้างหลังมีอะไรงอกมาหรือเปล่านะ ก็ไม่มีอะไรนี่

ข้าพเจ้าอ่านบทประพันธ์ของปราชญ์อีกส่วนหนึ่ง

เขาเปรียบพระจันทร์เหมือนผู้หญิง แต่พระจันทร์มีแสง ใจผู้หญิงน้นมืดมิดกว่าพระจันทร์

โอโหสมัยเก่าๆผู้หญิงก็แบบนี้เหรอ

ดวงจันทร์ในยามราตรี เสียงดนตรีพาใจเพลิน เดินไปเจอกบร้องเป็นเพลง ตัวเราเองก็เคลิ้มร้องอ๊บ อ๊บ อ๊บ อ๊บ

ขำว่ะ่ งานเขียนของตัวเองนี่ถ้าเอาไปส่งประกวดในโลกตัวเองนี่คงวิพากษ์วิจารณ์เละเลยนะเนี่ย

โลกนี้ทำไมไม่มีไฟฟ้า อากาศอบอ้าวอย่างนี้ถ้าจะเปิดหน้าต่างก็กลัวยุงเข้ามาตอมมากัดจนเป็นไข้เลือดออกโดยยุงลาย เท้าช้างยุงดำ มาลาเลียยุงก้นป่อง ยุคนี้การแพทย์ก็ยังไม่มีบทบาท คงต้องพึ่งสมุนไพร แล้วจะไปหามาจากไหนหว่า

เมื่อช่วงบ่ายก็มีปัญหา ออกไปตรวจดูทุ่งนาชาวบ้านที่ชาวบ้านเดือดร้อนเรื่องฝนไม่มา ความแห้งแล้งของทุ่งนาทำความเดือดร้อนให้อารณาจักรบุหลันดั้นเมฆไปทั้งอารณาจักร นี่ไงกลางคืนเห็นเมฆมันมาลอยบังแสงจันทร์ มันมาแล้วมันก็ไม่ตก มันจะมาทำไม

ในห้องที่มีเทียนไขส่องสว่างอยู่นี้ ไม่ได้สว่างเพียงพอมากนัก สมัยก่อนเขาหาเพลิงจากที่ไหนหว่า เรื่องนี้มันเรื่องเล็กแต่ลืมไปหมด เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง คำขวัญประจำมหาวิทยาลัยเปิดของไทยเรา ยุคนี้ยังไม่มีมหาวิทยาลัย น่าเบื่ออะ นักเขียนอย่างเราก็ต้องมาโผล่อีกโลกโดยที่ตัวเองยังมีความทรงจำจากโลกเดิม

เรารู้ความรู้จากโลกเดิมสินะ....... ดีเลย เราก็หาวิธีที่จะเป็นเจ้าไอเดียเจ้าแรกในโลก หลอดไฟ เครื่องไฟฟ้าเนี่ย หุหุ

ก็อก ก็อก ใครมาอะไรดึกดื่นป่านนี้

ป๋าวิชัยเปิดประตูออก เจอบริพารนายหนึ่งพูดว่า

"เบนจามิน แฟลงคลินชาวอเมริกันกับไมเคิล ฟาราเดย์ชาวอังกฤษมอบสิ่งประดิษฐ์ที่เลื่องชื่อจดสิทธิบัตรส่งผ่านเรือสำเภามายังประเทศเรา พวกเขามามอบให้พระราชวังครับ"

ข้าพเจ้าเก็บตัวในห้องเงียบๆคนเดียว ไม่มีอะไรเป็นใจบ้างเลย

หลังจากที่ช้าพเจ้าบ่นพึมพำกับชีวิตตัวเอง เสียงเคาะประตูก็ดังอีกครั้ง สงสัยว่าบริพารมีอะไรให้ข้าพเจ้าทำอีกกระมั้ง แต่เมื่อข้าพเจ้าเปิดประตูแล้ว สิ่งที่เห็นอยู่เป็นอีกอย่าง

นักปราชญ์ประจำหมู่บ้านมาหาข้าพเจ้ากลางดึกดื่นป่านนี้ทำไมเขายังไม่นอน

"ข้าอยากดูงานเขียนของท่านคุณหลวงครับ"นักปราชญ์พูด วันนี้มาในชุดข้าราชประแตนกางเกงสีม่วงๆดูสะดุดตาเหลือเกิน

"ยังไม่ค่อยได้เขียนอะไรเท่าไหร่เลย"ข้าพเจ้าตอบ พลางหันไปมองโต๊ะ แต่นักปราชญ์ก็แทรกกายของข้าพเจ้าเข้าไปในห้อง เขาหยิบจับกระดาษมาหนึ่งใบมาดู

"อะไรเนี่ย มีกบร้องอ๊บ อ๊บ"เขาหันขวับมาทางข้าพเจ้า"แต่งเรื่องธรรมชาติหรือเปล่า"

"ก็ไม่เชิง อยากแต่งเรื่องดวงจันทร์เหมือนคุณ แต่ข้าพเจ้าเองก็ไม่มีความคิดอะไรใหม่ๆเด็ดๆออกมาเลย" ตอนนี้ป๋าวิชัยมีเวลาว่างตลอดคืน

"จริงๆคุณก็เป็นเพื่อนกับชาวกรีก ชาวโรมัน ในทางนั้นวิทยาการการปกครองของพวกเขา คุณคือผู้นำมาปรับปรุงบ้านเมือง"

"อยากให้เรียกข้าว่านายกรัฐมนตรีเพื่อประชาชนน่ะ คุณปราชญ์ก็สนใจต่อบ้านเมืองบุหลันดั้นเมฆให้สร้างความเจริญ ความสำคัญของอาณาจักรได้เพราะพวกเราทั้งหมดประชาธิปไตยด้วยกัน"

ดูเหมือนนักปราชญ์ในโลกนี้ไม่รู้คำศัพท์บางคำสำหรับโลกก่อน "พวกประชาชนนับว่าท่านคือลูกของเทพเจ้า เทพีเทวดาจากสวรรค์ลงมาจุติ ประชาชนทุกคนทำความเคารพ"

"ข้าไม่ใช่เทพเจ้า ข้าคือนักเขียน"ป๋าวิชัยอยากจะระบายความอัดอั้นใจนี้มานานแล้ว "ข้าไม่ได้เก่งเรื่องแก้ปัญหาแบบนักการเมืองหรือผู้ครองนครตามที่เคยมีมา"

"ท่านศศินจะให้ตำแหน่งของท่านถูกปรับเปลี่ยนจริงๆเหรอครับ"นักปราชญ์ถาม

"เราก็พี่ๆน้องๆกัน เทพเจ้า เทวดาจะต้องมีอิทธิฤทธิ์แล้วล่ะ ตอนนี้ข้าอยากบอกว่า ข้าคิดถึงครอบครัวข้ามากเลย"

"คุณศศินมีครอบครัวด้วยหรือครับ"

"มี แต่คงจะอยู่ห่างไกลแสนไกลเลย....อ้าว คุณพี่ปราชญ์ทำไมสีหน้าประหลาดใจ"

"คุณศศินไม่เคยเปิดเผยเรื่องนี้กับชาวบ้านหนิครับ"

ป๋าวิชัยเริ่มรู้สึกแปลกๆ ที่มายังโลกใหม่ไม่ใช่คนที่รู้ประวัติตัวเองในฐานะนักการเมือง ป๋าวิชัยคิดไตร่ตรองถึงโลกใบนี้ว่าตัวเองเป็นคนมีอดีต ถ้างั้นชีวิตตอนนี้สืบเสาะหาอดีตของตนให้ได้คำตอบ

เรื่องราวงานเขียนของป๋าวิชัย

ภพหนึ่งที่เป็นโลกขนานกับอีกภพหนึ่ง ประตูมิติลึกลับเชื่อมโยงโลกทั้งสอง โลกหนึ่งคือธรรมชาติที่มีอายุยาวพันล้าน อีกโลกคือโลกอมตะซึ่งเป็นโลกใบใหม่ ลองมาให้ข้อมูลกันดูว่า มนุษยชาติเชื่อหรือยังว่าโลกไม่ใช่แผ่นดินแบนๆ โลกเราเป็นทรงกลม ซึ่งนิโคลัส โคเปอร์นิคัสกล่าวเรื่องโลก ตอนแรกไม่มีผู้เชื้อ ก็ต้องถูกทำโทษ

ป๋าวิชัยถามนักปราชญ์หนุ่มใหญ่ "คุณเชื่อไหมว่า ความจริงคือ โลกเรากลม "

"ทฤษฎีใหม่งั้นหรอ แต่ข้ายังต้องหาคำตอบให้พิสูจน์ได้นะ"

"ยังเชื่อว่าโลกแบนอยู่เหรอเนี่ย" ป๋าวิชัยมีความรู้สึกว่า ต้องการนิโคลัว โคเปอร์นิคัสมาอยู่ด้วย

ปราชญ์ไม่รู้ความจริงบางอย่างแบบว่าเป็นคนยุคเก่า การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์จะเจริญรุ่งเรืองในยุค ฟรานซิส เบคอน

"มีอะไรจะถามหน่อย รู้มั้ยบนท้องฟ้าที่เราเห็น เราสามารถบินออกไปได้" นี่คือความทันสมัยในโลกของป๋าวิชัย นักปราชญ์ก็ยังดูเหมือนจะไม่ทราบ

"ทำยังไงหรอ"

"เราต้องสร้างอุปกรณ์ที่ก้าวหน้า"

"ฮ่า ฮ่า ข้าว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก ไม่งั้นก็มีคนหนีขึ้นฟ้าหลายคนแล้ว"

"เราทำได้จริงๆ แต่ไม่รู้อีกกี่ชาติเกิด"

"ข้าบอกเลยศศิน ร้อยพันชาติเราก็บินไม่ได้"

ทั้งคู่ก็อยู่ตรงนั้นเป็นชั่วโมงๆ นักปราชญ์ชำเรืองนอกหน้าต่างแล้วขอลากลับ

ดวงตะวันโผล่ศีรษะที่อยู่อันไกลโพ้น ไก่แจ้ ไก่โต้ง ไก่อู ไก่งวง และเป็ดพิเศษขับขันเป็นจังหวะ ในเวลานี้ชาวบ้านบางคนตื่นนอนแล้ว แต่สำหรับป๋าวิชัยยังคงนอนหลับอยู่ในห้อง

และความฝันของป๋าวิชัย เป็นเรื่องนักเขียนหนุ่มไร้ที่กำเนิด ในทิวทัศน์คล้ายๆกับเส้นประสาทมนุษย์ นักเขียนหนุ่มปริศนาคุยกับภรรยาของวิชัย ป๋าแอบหลบซ่อนที่มุมหนึ่งปิดบังด้วยเส้นประสาทขนาดผ้าม่าน เงี่ยหูฟังเขาคุยกัน

ไม่ได้ยินเสียงใดเล็ดลอดผ่านมา วิชัยฉงนงุนงง เด็กหนุ่มคนนี้รู้จักภรรยาของตน ตนมีบุตรชายตอนไหนก็ไม่น่าจะมี ถ้างั้นหนุ่มคนนี้เป็นโลกที่เชื่อมต่อโลกเก่าหรือไม่

เป็ด ไก่กระโดดมาเขี่ยพุงป๋าวิชัยทำให้ตื่น หญิงไทยกำลังไล่จับให้ออกไป

"ขอโทษด้วยค่ะ"

แล้วประตูมันเปิดให้ไก่ เป็ดเข้ามาได้ยังไง ไม่เข้าใจ

"เจ้านายครับ ได้เวลารับประทานอาหารแล้วครับ"

เมื่อศศินลงมาข้างล่าง พวกลูกน้องนั่งตามโต๊ะ ทุกคนมีข้าวแกง ศศินมีบุหลันดั้นเมฆหนึ่งถ้วย ป๋าก็อยากจะบอกคนใช้ ลูกน้องทุกคน"ของข้าแค่นี้หรือ"

"ก็ไม่ใช่แค่นี้นะครับ คุณศศิน ของคุณน่ะอลังการ"

มันก็ค่อยยังชั่วอะนะ ก็แค่รอว่าจะมีจานกับข้าวอลังการ เวลาผ่านไปหนึ่งนาที ก็มีคนถืออะไรมา ใจหล่นไปอยู่ใต้ตาตุ่ม "บุหลันดั้นเมฆขนาดจัมโบ้ นี่เองสินะ อลังการ"

อยากตบลูกน้องเหลือเกิน

ท่านเจ้าคุณ ลูกช้างอยากกลับบ้าน

=========================

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา