ตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวด (Superconductor) คือความฝันของชาวโลก เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานโดยใช้พลังงานเพียงเล็กน้อย? รถไฟลอยเหนือรางแม่เหล็ก? สิ่งเหล่านี้ยังไม่เป็นความจริง อะไรคืออุปสรรคขัดขวางการนำปรากฎการณ์ที่เป็นที่รู้จักกันกว่าเก้าสิบปีมาใช้ในชีวิตประจำวัน?
ประการแรกคือ สมบัติการนำไฟฟ้าโดยปราศจากความต้านทานนี้จะแสดงที่อุณหภูมิต่ำมากๆ (ต่ำกว่าอุณหภูมิที่เรียกว่าอุณหภูมิวิกฤต ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของสาร)เท่านั้น ปัจจุบันตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดประเภทออกไซด์ (ที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อถูกค้นพบเมื่อ13ปีที่แล้ว) ที่มีอุณหภูมิวิกฤตสูงแล้ว ยังคงต้องใช้ไนโตรเจนเหลวทำความเย็น ดังนั้นการประยุกต์ใช้ตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดจึงมักจำกัดอยู่แค่ในวงการวิทยาศาสตร์ (เช่น Squid Magnetometer, Superconducting Magnet และ Detector ต่างๆ)
ประการที่สองคือ ตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดประเภทออกไซด์ (เช่น Yttrium Barium Copper Oxide) นี้มีสมบัติเป็นเซรามิกส์ เปราะแตกง่าย ไม่สามารถนำมาใช้ผลิตสายไฟ หรือเคเบิลได้ง่าย
อย่างไรก็ตามวิศวกรยังไม่ละความพยายาม ที่จะนำตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดมาใช้ในวงกว้าง Scientific America (8/00) รายงานความคืบหน้าในการผลิตเส้นเงิน(Silver)ที่ถูกอัดด้วยผงตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวด สายไฟแบบนี้ขนาดเล็กสามารถส่งไฟฟ้ากำลังสูงได้ (เนื่องจากความต้านทานแทบเป็นศูนย์) การออกแบบแบบนี้ขจัดปัญหาการเปราะแตกข้างต้นได้ดี นอกจากนั้น ขณะนี้ตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดยังถูกใช้ในการกรองสัญญาณแยกความถี่ ที่มีความไวมากๆ ปัญหาที่ยังคงมีอยู่คือการทำความเย็น ซึ่งต้องอาศัยหน่วยทำความเย็นเล็กๆ ขณะนี้ผู้ผลิตกำลังพยายามลดต้นทุนการผลิตเพื่อให้ ผลิตภัณฑ์จากตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดเป็นที่นิยมในตลาด และใช้กันแพร่หลาย
ขณะที่นักวิทยาศาสตร์พยายามทำความเข้าใจ การนำไฟฟ้าในประเภทออกไซด์ให้มากขึ้น ก็มีผู้เสนอว่า คาร์บอน-28 อาจจะเป็นสารตัวแรกที่แสดงสมบัติการนำไฟฟ้ายิ่งยวดที่อุณหภูมิห้อง เนื่องจากมีโอกาสที่โมเลกุลของมันจะเกิดการกำทอน (resonance) กับโฟนอน (การสั่นของโครงผลึก) นั่นคือลดการกระเจิง (scattering) ที่เป็นสาเหตุของความต้านทานไฟฟ้า (New Scientist 5/7/00)