+New Scientist (29/7/00) รายงานถึงการจดสิทธิบัตรการบันทึกภาพยนตร์ที่มีกลิ่น โดยบริษัทในอิสราเอล กลิ่นที่จะบันทึกจะถูกวิเคราะห์ด้วย gas chromatograph แล้วองค์ประกอบทางเคมีจะถูกบันทึกไว้ในฟิล์ม หรือดิสก์ เมื่อเล่นภาพข้อมูลนี้จะกำหนดเครื่องเล่นให้ดึงสารเคมีจากช่องเก็บสาร, ผสมกัน, ให้ความร้อนให้กลายเป็นไอที่มีกลิ่น เหมือนกับที่บันทึกไว้และสอดคล้องกับภาพ/

+New Scientist (22/7/00) รายงานการประดิษฐ์ตะเกียงพลังงานแสงอาทิตย์แบบใหม่ สำหรับประชาชนในอาฟริกา ตะเกียงนี้มีไมโครชิพแบบใหม่ที่ควบคุมการชาร์จแบตเตอรี่ ไว้ใช้กลางคืน ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าโซลาร์เซลแบบเก่าๆ ซึ่งแบตเตอรี่มักจะเสื่อมในเวลาส้ันๆ/

+การศึกษากลุ่มทดลองหกพันคน เป็นเวลาสิบหกปี นำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า คนที่หดหู่มีโอกาสเป็นโรคหัวใจ ได้มากกว่าคนที่มีอารมณ์แจ่มใส 73% (New Scientist 29/7/00)/

+การ"วิจัย" ให้ผลว่า การหัวเราะแบบต่างๆ ทำให้แต่ละคนมีสเน่ห์มากขึ้นหรือน้อยลงได้ อยากทราบว่าหัวเราะแบบไหน เป็นที่ดึงดูดเพศตรงข้ามได้ เปิดอ่านได้ใน Scientific American (8/00) ที่รวมถึงผลการศึกษาที่น่าหัวเราะอื่นๆเช่น มนุษย์เป็นสัตว์ประเภทเดียวที่หัวเราะ (เอ้า บ้านใครมีหมา แมว ควาย ที่หัวเราะได้ช่วยบอกด้วย), ผู้หญิงจะหัวเราะสุดๆด้วยเสียงที่สูงขึ้นเมื่ออยู่กับผู้ชายแปลกหน้า แต่จะหัวเราะแบบพอดีพอร้ายเมื่ออยู่กับผู้หญิงด้วยกัน (อาจจะไม่จริงกับผู้หญิงไทย?) ในทางตรงข้ามผู้ชายจะหัวเราะมากกว่าในหมู่ผู้ชายด้วยกัน/

+แมวน้ำสามารถจำเสียงตัวอื่นได้นานอย่างน้อยสี่ปี Nature (27/7/00) เชื่อว่า นี่เป็นคร้ังแรกที่สามารถวัดความยาวนานของความสามารถจดจำเสียงในสัตว์ /

+หากอยากให้ลูกตัวน้อยชอบทานผัก คุณแม่ต้องทานก่อน Science และ Observer รายงานว่าการให้คุณแม่ทานแครอท ขณะต้ังครรภ์ได้ 7-9 เดือน หรือขณะอยู่ในช่วงให้นมลูก จะทำให้คุณลูกชอบทานแครอทตามไปด้วย /

+จากการศึกษาศพผู้ตายด้วยยาอี (Ecstasy) สรุปได้ว่ายาอีทำให้สมองหลั่ง Serotonin ซึ่งเป็นฮอร์โมนประสาทที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ ผู้เสพจึงมีความรู้สึกปิติสุข แต่สมองจะทำงานหนัก จนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หากฮอร์โมนผลิตไม่ทัน และเหือดแห้ง (New Scientist 29/7/00) อันตรายของยาอีเป็นที่ทราบกันมานานแล้วจากผลในสัตว์ทดลอง/

+ต่อไปนี้หากคุณเห็นคนทำท่าทางลับๆล่อๆอยู่หน้าห้องน้ำสาธารณะหญิง เขาอาจไม่ใช่ตัวลามก แต่เป็นนักวิจัยเรื่อง...การเข้าคิวหน้าห้องน้ำหญิง! เป็นที่ทราบกันดีว่าผู้หญิงต้องรอแถวเข้าห้องน้ำตามห้างสรรพสินค้า โรงหนัง ฯลฯ นานกว่าผู้ชาย เหตุผลที่ทุกคนรู้คือผู้หญิงใช้เวลาในห้องน้ำนานกว่าผู้ชาย ตามผลการ"วิจัย" ชายใช้เวลาในห้องน้ำเฉลี่ย 39 วินาที เทียบกับหญิง 89 วินาที นั่นคือผู้หญิงใช้เวลาในห้องน้ำนานกว่าผู้ชายประมาณ 2.3 เท่า ่นักสถิติประเมินว่าคิวหน้าห้องน้ำหญิงไม่ได้ยาวกว่า 2.3 เท่าตามการสรุปโดยสามัญสำนึก แต่ยาวกว่าคิวหน้าห้องน้ำชายอย่างน้อย 2.3ยกกำลังสองเท่า (นั่นคือต้องสร้างโถให้ท่านหญิงมากกว่าอย่างน้อยจำนวนห้าเท่า คิวถึงจะยาวเท่ากับห้องน้ำชาย) หาอ่านเหตุผล(ที่ไม่ชัดนัก) และเรื่องราวเพิ่มเติมได้จากNew Scientist (29/7/00)/